บริษัทหมาชน NC ตอนที่ 14 ใกล้กัน
ผมยืนขึ้น หมายมาดร่างที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับหน้าที่ของตัวเองโดยที่ไม่มีระบบป้องกันตัวใด ๆ ให้กับผม อาศัยความเงียบและความเบาของฝีเท้าเข้าช่วย สัญชาตญาณออกล่าทำงานได้ดีขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพ่งมองไปที่ร่างกายน่ารังแกนั้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ลอยมาแตะอยู่ที่ปลายจมูกบอกระดับอารมณ์ของคนตรงหน้าว่าอยู่ในช่วงสบายใจและกำลังมีความสุข
และอาจจะมีความสุขมากขึ้นไปอีก
ถ้าผมสัมผัสเรือนกายหอมหวานนั้น
ผมเดินตรงเข้าไปกอดหมับร่างนั้น ปาณัสม์สะดุ้งตกใจและหลุดเสียงอุทานน่ารัก ๆ ออกมาให้ได้ยิน ผมกดจมูกสูดดมกลิ่นหอม ๆ ของคู่ชีวิต มันทำให้จิตใจของผมสงบลงอยู่เสมอ มันเป็นความรู้สึกที่ดีเหมือนตอนทิ้งร่างเอนกายลงนอนบนเตียงนุ่ม ถ้าหลับตาก็อาจจะหลับไปอย่างไม่รู้ตัว
“คุณ...”
ผมไม่ฟังเสียงห้ามปรามของปาณัสม์ มือเล็กตีเบา ๆ ลงบนท่อนแขนของผมที่โอบประคองร่างนั้นไว้อย่างแสนรัก ก้มหน้าซุกไปตามแก้มนุ่ม วกกลับไปที่ขมับ มอบจูบเบา ๆ ไปตามกรอบหน้า สัมผัสไปตรงไหนก็นุ่มนิ่มไปหมด มีกลิ่นที่ชอบแต้มแต่งให้อยากเอาตัวไปวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ
“ตรงนี้ไม่ได้นะครับ... อื้อ!” ผมไม่ฟัง ไม่ฟังก็คือไม่ฟังอยู่ดี นอกจากไม่ฟังแล้วมือยังไวมากอีกด้วย
อาศัยจังหวะที่ปาณัสม์จะหันมาดุว่าพฤติกรรมไม่น่ารักของผม ขโมยชิมความนุ่มของริมฝีปากสีสดน่ารังแกนั้น ผมป้อนจูบให้กับเขา ดูดดึงมันอย่างเอาแต่ใจ ร่างเล็กสั่น อาจจะเพราะความเสียดเสียวจากมืออีกข้างที่ว่าง ผมใช้มันลูบวนตรงบริเวณหน้าท้องบาง มันเป็นไปตามสัญชาตญาณ ผมลูบมันซ้ำ ๆ อย่างเบามือ
ผมผละใบหน้าออกมา มองแววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการไม่แพ้กัน “พักงานก่อนได้ไหมครับ... ผมอยากทำอย่างอื่น”
“ไม่... แม่คุณจะมาแล้ว” ผมสอดมือผ่านสาบเสื้อเลื่อนไล้ไปตามผิวเนียนนุ่ม เสียงครางเครือหลุดลอดออกมาให้ได้ยิน “คุณรัชชานนท์”
“นิดเดียว ไม่นาน” ผมร่นรั้งขอบกางเกงของปาณัสม์ลง ภาพที่ได้คือคู่ชีวิตที่กำลังยืนแอ่นสะโพกอวดทรวดทรงเชิญชวนผม ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่ผมรู้ดีว่าเขาก็อยากไม่ต่างกัน กลิ่นหอมเริ่มแรงขึ้น ยิ่งสัมผัสยิ่งส่งกลิ่นเย้ายวนเชิญชวน กางเกงที่ดูเหมือนจะหลุดแต่ก็ไม่หลุดลงมานั่นอีก “ขอสิบนาที”
“ไม่... ตรงนี้ไม่ได้” มือเล็กดึงรั้งกางเกงขึ้น ผมเห็นแบบนั้นจึงยึดจับมันไว้ ก่อนที่จะสอดมือเข้าไปในกางเกงเพื่อควักเอาของรักที่กำลังตื่นตัวออกมา “เดี๋ยวแม่คุณเข้ามานะครับ”
“แม่ยังไม่มาหรอก แค่สิบนาทีเอง” พูดออกไปแบบนั้น ก่อนจะใช้ก้านนิ้วเกี่ยวรั้งชั้นในสีอ่อนอวดรอยจีบที่ฉ่ำไปด้วยสารหล่อลื่น ผมจัดการสอดดันนิ้วเข้าไปก่อน ปาณัสม์กระตุกรัดมันทันที “ตั้งแต่ตอนไหน...” ผมถามร่างตรงหน้าที่ส่งกลิ่นหอมหวานไม่หยุด มากมายขนาดนี้คงรู้สึกต้องการกันมาได้สักพักแล้ว
“อื้อ... สักพัก”
“ตอนผมทักคุณใช่ไหม” ไม่น่า... ทำไมกลิ่นประจำตัวของเขามันถึงได้หอมชัดมากขนาดนั้น “ทำโทษข้อหาแอบมองแล้วกัน”
พูดจบ ผมไม่รออะไรอีกต่อไป จัดการถอนนิ้วออกแทนที่ด้วยท่อนเนื้อที่รอพร้อมจะสอดใส่ ผมดึงรั้งต้นแขนนุ่มของปาณัสม์ไปพร้อม ๆ กับดันสะโพกเพื่อส่งความต้องการที่มีทั้งหมดให้กับร่างกายของคนตรงหน้า ทันทีที่สะโพกกลมแนบชิดหน้าขา กลิ่นของสองเรารวมกันสร้างภาพลามกขึ้นมาในหัว ทุกอย่างลงตัวดีไปหมด ดีจนแทบจะสำลักความสุขออกมาอยู่แล้ว ผมปล่อยท่อนแขนของเขาแทนด้วยการจับยึดสะโพกไว้เพื่อเตรียมขยับตอกอัดความต้องการใส่ช่องทางหวาน
“อึก... ผมกลัวคุณแม่” ผมมองแผ่นหลังที่ขยับไปตามแรงส่งอย่างลุ่มหลง ใบหน้าแดง ๆ เพราะอารมณ์ความต้องการ แววตาปรือฉ่ำวาวไปด้วยน้ำตา ผมอดทนไม่ไหว จัดการอุ้มช้อนคู่ชีวิตพาขึ้นไปยังชั้นบนทันที
“ขึ้นข้างบน” ผมกระซิบบอกร่างเล็กที่ผวากอดคอผมแน่น ทุก ๆ การก้าวเดินปาณัสม์จะหลุดเสียงครางเครืออยู่ข้างหู ผมไม่ไหว เขาไม่ไหว ไม่มีใครไหวอีกต่อไปแล้ว
“ผมเปิดเอง...”
“ไม่ เราจะไม่เข้าไปข้างในครับ ทำกันตรงนี้แหละ” ผมดันร่างนั้นชิดกับบานประตู จัดการถอดกางเกงของปาณัสม์ออก ช้อนเรียวขาไว้เพียงหนึ่งเพื่อให้มันรั้งเกี่ยวข้างเอว ส่วนอีกข้างก็ปล่อยให้เขายืนด้วยตัวเอง
“แต่เสียง...อื้อ!”
“ถ้ากลัวก็กลั้นไว้ครับ...” ผมพูดชิดริมฝีปากบาง เหลือบมองใบหน้าหวานยามที่ตอกอัดท่อนเนื้อใส่ไม่ยั้งแรง ไม่มีอะไรจะสุขสมไปมากกว่านี้อีกแล้ว “ผมชอบ... มันเหมือนคุณรู้สึกดีมากจนจะขาดใจ”
“อึก... ลามก รีบทำสิ รีบทำเลย”
ผมกระตุกยิ้มให้กับคำพูดนั้นของปาณัสม์ ไม่ต้องช่วยรูดรั้งกลางกายของเขาก็สามารถเสร็จได้ ร่างเล็กส่งกลิ่นหอมไม่หยุด มันหอมมากเสียจนผมประหลาดใจ เหมือนทุกอย่างเป็นดั่งดอกไม้ไฟ พอขึ้นสู่น่านฟ้าก็ระเบิดตัวส่งมอบความงดงามให้พวกเราชื่นชม
ก็ไม่ต่างกับพวกเราสองคนในตอนนี้
“อย่าทำตัวน่ารักให้ผมเห็นอีกนะ” ผมพูดไปพร้อม ๆ กับการหยุดสวนสะโพกแทนที่ด้วยการเน้นย้ำถึงความลึก แข้งขาของปาณัสม์สั่น อีกไม่นานคงลงไปกองอยู่ที่พื้น “เข้าใจไหมครับ”
“ผมเปล่า... อย่าทำกับผมแบบนี้ มันลึกเกินไปแล้ว อื้อ!”
“จะถึงแล้ว...” ผมกัดฟัน เตรียมกระตุกหลั่งใส่ช่องทางอ่อนนุ่มที่โอบรัดกลางกายของผมไว้ แต่ดูท่าแล้วความเมื่อยล้าจะทำพิษขึ้นมาเสียอย่างนั้น ร่างเล็กดูเหมือนจะล้มลง ผมเข้าประคองเขาไว้ก่อนที่จะพาร่างที่เชื่อมประสานกันนอนคร่อมทับต่อบนพื้นหน้าบานประตูห้องนอน
“ที่รัก... ไม่ไหวแล้ว” ผมรู้สึกตาพร่าเบลอไปชั่วขณะ ยามที่ร่างเล็กหลุดเรียกผมด้วยสรรพนามที่แปลกไป ความรู้สึกที่มากเกินกว่าปกติพาให้ผมหลั่งรดน้ำพันธุ์ใส่ร่างของคู่ชีวิตที่นอนหวีดครางเมื่อถึงจุดหมาย ผมสอบสะโพกใส่ช่องทางนั้นเพื่อรีดเค้นน้ำให้หมด หลุบตามองเรียวขาที่อ้ากว้างอวดภาพน่าอาย น้ำขุ่นข้นไหลย้อนออกมาเต็มหว่างขา
“สิบนาทีไหมครับ” ผมก้มใบหน้าลงไปหยอกล้อคู่ชีวิตที่นอนหอบหายใจ แววตากลมตวัดมอง ก่อนที่มือน้อย ๆ จะยกขึ้นฟาดที่ต้นแขนของผมอย่างไม่ออมแรง
“หยุดพูดไปเลยนะครับ งานยังไม่เสร็จเลย”
“เดี๋ยวผมลงไปจัดการต่อเอง”
ผมมองคนใต้ร่างที่เฉไฉทำเป็นไม่สบตากัน
“เขินเหรอ” ผมยิ้ม “ทีตอนเรียกว่าที่รักไม่เห็นจะเป็นแบบนี้เลย”
พลั่ก!!
และผมก็ได้รู้อีกข้อ นอกจากความน่ารัก
ปาณัสม์มือเท้าหนักมาก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น