ลงใจ NC ตอนที่ 4
อะไรจะสามารถเป็นสาเหตุให้ใครอีกคนยอมก้าวเข้ามาอยู่ในชีวิตใครสักคนทั้ง ๆ ที่คนสองคนนั้นไม่ได้รักกัน ไม่มีสิ่งอื่นใดมากไปกว่าคำว่าคนรู้จัก
จังหวะการเคาะปลายปากกา ตีคู่กับการขบคิดเกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจจะเป็นไปได้ในตอนนี้ ผมไม่อาจคาดเดาได้ เพราะไม่รู้เลยว่าการเสียสละอิสระให้จ่าฝูงอย่างง่ายดายนั้น มันสลักสำคัญมากขนาดไหนสำหรับพวกโอเมก้า นอกจากการทำพันธะ อีกสิ่งที่หนักหนาพอกันคือการอุ้มท้องสืบทอดทายาท ผมกุมขมับทันทีพอนึกถึงภาพปาณัสม์ท้องโต พยายามจะไม่นึกเอาตัวเองเป็นพ่อของลูกให้เจ้าตัวดีหรอกนะ แค่คิดภาพเฉย ๆ
เรื่องเงินก็ไม่น่าใช่ ปาณัสม์ทำงานเลี้ยงตัวเองด้วยลำแข้งมาหลายปีอยู่ ประวัติการทำงานและผลงานดีเด่นมากขนาดนั้น ดูแล้วคงไม่ได้คิดเข้าหาผมเพราะเรื่องเงินทองแน่นอน แล้วอะไรคือสิ่งที่เจ้าตัวเลือกที่จะฝากทุกอย่างไว้กับผม มันเหมือนการตกลงแต่งงานจะง่ายขึ้นทันตาเห็นถ้าวันหนึ่งผมเอ่ยปากบอกกับครอบครัวว่าจะเลือกปาณัสม์เป็นคู่ชีวิต
ทำไมเธอถึงคิดและพูดอะไรออกมาได้อย่างง่ายดายจนน่ากลัวขนาดนั้น ปาณัสม์...
ผมยกมือนวดขมับ สงสัยต้องเลิกคิดเรื่องพวกนี้ไปก่อน ถ้าหากยังคิดต่อไปมีแต่จะทำให้สมองล้าส่งผลให้การตัดสินใจในเรื่องงานบริษัทไม่มีประสิทธิภาพ ผมหยัดกายลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเหนื่อยอ่อนกับภาพของโอเมก้าที่นอนหลับสนิทเพราะเหนื่อยจากการร้องไห้อย่างหนัก ผมไม่คิดเลยว่าพอพูดเรื่องเงินในตอนนั้นจะส่งผลต่อสภาพจิตใจของเจ้าหมาเด็กที่นอนขดตัวอยู่ตรงนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่ตอนส่งกลิ่นหอมในครานั้นช่างราวกับคนละคน เวลาที่โอเมก้าใช้กลิ่นดึงดูดเพศตรงข้ามนั้นช่างน่ากลัว แต่ถึงอย่างนั้น ยามปกติ เจ้าตัวดีก็แสบใช่เล่น ถึงระดับการจู่โจมจะต่ำลงแล้วก็เถอะ
ผมกอดอกยืนมองร่างที่นอนขดเพราะความหนาวจากเครื่องปรับอากาศ ชุดคลุมอาบน้ำของผมปิดอะไรไม่ค่อยมิด ผมเบนสายตาหนีส่วนขาวผ่องที่โผล่พ้นชายผ้าออกมา ก่อนตัดสินใจเดินหลบหายเข้าไปในห้องนอนที่มีไว้ค้างคืนยามที่งานเยอะไม่อยากกลับไปนอนที่บ้าน ผมถือผ้าห่มผืนหนาออกมา ทำไมถึงต้องใจดียกสมบัติส่วนตัวให้ใครอีกคนใช้ด้วยนะ คิดไปคิดมา ให้เจ้าตัวใช้ของใช้ผมบ่อย ๆ ก็ดีเหมือนกันในเรื่องกลบกลิ่น ผมพอใจที่สิ่งรอบกายมีแต่กลิ่นของตัวเอง
รวมไปถึงคนตรงหน้าด้วย...
ผมจัดการห่มผ้าผืนหนาให้ปาณัสม์ หยุดยืนมองการจัดแจงท่านอนและรายละเอียดอื่น ๆ จนพอใจในฝีมือตัวเองแล้วก็ดำเนินการต่อสายสั่งอาหารจากร้านใกล้ที่ทำงาน ผมเดินกลับไปหยิบซองเอกสารขึ้นมาถือ ก่อนจะออกจากห้องทำงานไปประชุมช่วงบ่ายไม่ลืมกำชับนนทัชที่นั่งทำงานอยู่ด้านนอกว่าถ้าข้าวมาส่งแล้วก็ปลุกให้คนด้านในตื่นขึ้นมาแต่งตัวและทานข้าวทานปลาด้วย
นนทัชตกปากรับคำ ก่อนจะพาผมไปส่งขึ้นรถเพื่อเข้าร่วมประชุมที่โครงการหนึ่งในเมืองใกล้เคียง ผมหวังว่าปาณัสม์จะทำตามในสิ่งที่ผมกำชับกับนนทัชไว้อย่างเชื่อฟัง
และหวังว่าเขาจะได้ยินตอนผมพูดคำว่าขอโทษด้วย
พอจบการประชุมที่กินเวลาตั้งแต่บ่ายลากยาวไปจนถึงเย็น สิ่งแรกที่ผมทำคือต่อสายถึงนนทัช ถามว่าตอนนี้ปาณัสม์กำลังทำอะไรอยู่
'คุณปาณัสม์ออกไปคุยงานกับคุณผู้หญิงตั้งแต่บ่ายแล้วครับ ก่อนออกไปเขาจัดการทุกอย่างตามที่คุณบอกไว้ คุณรัชชานนท์สบายใจได้เลยครับ'
ผมคิ้วกระตุกให้กับคำว่า คุณรัชชานนท์สบายใจได้เลยครับ ของเลขา ผมดูเป็นกังวลมากขนาดนั้นเลยหรือไง
"ก็ดีแล้วครับ วันนี้คุณไม่ต้องมารับผมนะ ผมจะไปทำธุระต่อใกล้ ๆ นี้" ผมทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นก็กดวางสายไป
น่าโมโหที่ถูกเลขาทักว่าผมเป็นห่วงโอเมก้านั่น
"รัชชานนท์"
ผมละสายตาจากโทรศัพท์ มองตามเสียงว่าใครกันที่เรียกชื่อผม แต่แล้ว สายตาเจ้ากรรมของผมดันไปสบประสานกับคนที่เป็นต้นเหตุให้ผมเกลียดชนชั้นโอเมก้าเข้ากระแสเลือด
ชายหนุ่มรูปร่างบอบบางเดินตรงมาหาผม รอยยิ้มเชิญชวนให้ลุ่มหลงไม่เคยเปลี่ยนกำลังเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงอ้อนออเซาะ แต่ตอนนี้มันใช้ลูกอ้อนกับผมไม่ได้แล้ว
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ"
"อือ" ผมตอบรับไปแค่นั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น และผมก็อยากเดินหนีออกไปจากคนที่ผมเกลียดขี้หน้าด้วย
"เดี๋ยวสิรัชชานนท์" จังหวะที่ผมจะก้าวเดินต่อไปนั้น จู่ ๆ ร่างนั้นก็พุ่งตรงเข้ามาคว้าแขนผมไว้ ผมขนลุกจนสะบัดทิ้ง
"อย่ามาแตะ สกปรก"
"พอได้ขึ้นนั่งเก้าอี้แทนแม่ก็ดูไว้เนื้อไว้ตัวมากขึ้นเลยนะ ทีเมื่อก่อน... เพียงผมออกปากเชิญชวนคุณก็วิ่งมาหาผมแล้ว"
"เก็บปากไว้จูบกับใครต่อใครยามว่างเถอะครับ มันระคายหู"
"แต่ปากผมคุณก็เคยลองมาแล้วนี่ครับ ว่าผมสกปรกคุณก็สกปรกไม่ต่างกัน"
"ระวังคำพูดหน่อยนะอัยย์ ผมกับคุณ มันต่างกัน"
"เห... กลิ่นโอเมก้า" ผมชะงัก ตวัดสายตามองใบหน้าสวยแต่รูปจูบไม่หอมนั้นราวกับจะฟาดฟันให้ได้เลือด "ใครหนอ ที่ได้ใกล้ชิดคุณ หรือผมจะท้าทายคุณดีนะรัชชานนท์ ดูว่าคุณจะชนะสัญชาตญาณน่ารังเกียจแบบนั้นได้ไหม"
ผมแยกเขี้ยวขู่โอเมก้าตรงหน้า ร่างนั้นก็ไม่ต่างกัน คมเขี้ยวของเราทั้งสองโผล่พ้นออกมาให้เห็น
"เขากับคุณมันต่างกันอัยย์ คุณมันเอาไม่เลือก ใครพ่อเด็กรู้หรือยัง"
"ถ้าผมไม่หลุดปาก คุณก็คงโง่อยู่อย่างนั้น"
"ผมยอมรับ แต่ผมจะคิดซะว่าผมฉลาดมากแล้วที่ไม่โง่เลือกฝากชีวิตไว้กับคนอย่างคุณ" ผมผลักร่างเล็กให้เซถอยออกไปไกล ๆ "อย่ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตผม"
สุราและการอัดกลุ่มควันนั้นคงเป็นทางออก...
ผมตรงกลับบ้านทันทีหลังจากได้ปะทะริมฝีปากกับคนรักเก่า ภาพวันวานวนเวียนกลับมาหลอกหลอนราวกับผีร้าย ผมไม่อาจดึงตัวเองกลับคืนมาได้อีกต่อไป
ในมือของผมมีภาพถ่ายที่ยับย่น ผมมองมันก่อนคว้าเอาแก้วเครื่องดื่มมึนเมากระดกเข้าปาก เบ้าตาแสบร้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ผมคิดถึงคนในภาพถ่าย
คิดถึงรอยยิ้มและแก้มกลม ๆ เวลาผมกดจูบลงไป เสียงหัวเราะสดใสยังจดจำได้ดี
"ตอนนี้ลูกจะไปอยู่ที่ไหนแล้ว..."
ผมยิ้มถามรูปถ่ายนั้น ไม่มีคำตอบ
ไม่มีใครตอบผมได้
"คุณรัชชานนท์..."
แตะสัมผัสเบา ๆ ที่หัวไหล่ เพียงแค่นั้นก็สามารถเรียกให้หันไปมองได้ ผมหันไปมองยังภาพเลือนลางไม่ชัดตรงหน้า มีเพียงริมฝีปากบางสุขภาพดีเท่านั้นที่ผมมองเห็น
"พอก่อนได้ไหมครับ คุณเมามากแล้วนะ"
ผมส่ายหน้าปฏิเสธคำขอร้องนั้น โบกมือไล่ใครก็ไม่รู้ที่ตรงปรี่เข้ามาลูบหลังลูบไหล่ผมไปมา พยายามจับท่อนแขนไว้ เพื่อที่จะบอกให้อีกคนปล่อยให้ผมนั่งร่ำสุราต่อไป
"ไปเถอะ..." ผมพูดเสียงเบา "ผมอยู่คนเดียวได้"
"ไม่ได้หรอก คุณมีงานเช้านะครับ"
"นนทัชเหรอ" ผมถามหน้ายุ่ง คนที่ชอบบอกตารางงานมีคนเดียวเท่านั้น "หมดเวลางานแล้วกลับบ้าน...ไป"
"ไม่... ผมเองปาณัสม์" ผมก้มมองใบหน้าเบลอๆของคนที่ย่อกายลงต่อหน้าผม สัมผัสอบอุ่นเกิดขึ้นที่แก้มทั้งสองข้างของผม ผมยกมือขึ้นค้นหาที่มาความอบอุ่นนั้น
พบว่าเป็นสองมือเล็กที่ประคองใบหน้าผมไว้ ผมกระพริบตาช้า ๆ เพื่อจดจำแววตาสั่นไหวของใครอีกคน
"กลับมาแล้วเหรอ" ผมขยับปากถามร่างเล็ก
"ครับ ผมกลับมาแล้ว"
"อือ" ผมตอบรับในลำคอ ก่อนที่จะวางฝ่ามือทาบไปกับมือเล็ก
ผมใช้นิ้วหัวแม่มือถูไปตามหลังฝ่ามือเรียบเนียนนั้น หลับตาลงเพื่อปิดกั้นประสาทสัมผัสอื่นเพื่อที่จะโฟกัสแค่การลูบไล้ไปตามเนื้อผิว
มือข้างที่ว่างคว้าเอาต้นแขนของใครอีกคนไว้ มีเสียงอุทานด้วยความตกใจเล็ดลอดออกมาเบา ๆ ผมออกแรงดึงร่างนั้นมานั่งเกยที่หน้าขา สะโพกอวบเด้งมากกว่าที่คิดไว้ อาจจะเพราะเสื้อผ้าที่ใส่มันซ่อนรูป ผมคิดอะไรไม่ออก รู้แค่ว่าผมพึงพอใจในสัมผัสทางกายตอนนี้และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เยียวยาจิตใจผม
ผมใช้มือบีบคลึงช่วงสะโพกนั้นเบา ๆ บีบนวดมันราวกับรู้ว่าถ้าทำแบบนี้ร่างนี้จะยิ่งส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
"อึก...คุณรัชชานนท์"
ผมจำได้ ผมจำได้ดีว่าค่ำคืนนั้นผมใช้โต๊ะที่ร่ำสุราเป็นเตียงนอนของเราสองคน
ผมจำได้ ว่าเสียงหวานครางเรียกชื่อผมยามที่ผมสอดใส่ท่อนเนื้อที่ปวดหนึบเข้าสู่ช่องทางสีหวานที่หลั่งสารคัดหลั่งเตรียมพร้อมรองรับการสืบพันธุ์ สะโพกนุ่มเด้งรับแรงอัดกระแทกเบาบ้างถี่ย้ำบ้างแล้วแต่อารมณ์กำหนัด ผมส่งเสียงขู่ครางยามช่องทางร้อนตอดรัดแน่น ก้มลงสูดกลิ่นดอมดมราวกับผีเสื้อหลงรักดอกไม้
"ปาณัสม์..." ผมมีสติ และผมรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร
"คุณ...มันลึกจังเลย" และเธอก็มีสติครบถ้วนไม่ต่างกัน ต่างกันแค่ว่า ผมมีสุราเป็นแรงผลักดันให้กล้าลองเปิดรับสัมผัสนั้นอีกครั้ง
แต่ตอนนี้คือปาณัสม์ ไม่ใช่อัยย์
ไม่ใช่ใครแต่เป็นคู่แท้ของผมเอง
"ผม...จะถึง" ผมก้มลงกระซิบข้างหู พร่ำบอกว่ามันช่างสุขสมมากแค่ไหน ออกแรงกระแทกให้คู่นอนไปถึงฝั่ง ยามที่โดนจุดพึงพอใจปาณัสม์ร้องราวกับจะขาดใจ ผมได้ใจ ตอกท่อนเนื้อใส่ร่างเล็กที่แอ่นสะโพกยินดีรับน้ำกามที่กำลังถึงปลายทาง ผมยึดสะโพกอวบไว้แน่น ครั้งสุดท้ายก่อนจะถึง ผมพูดบอกเขาให้สบายใจ "ผมจะไม่กัดคุณ... ผมอดทนได้"
"ผมตามใจคุณ ได้โปรดแตกในตัวผม ให้มันมีแต่ของ ๆ คุณ"
คำพูดนั้นช่างน่าอาย...
แต่ผมกลับชอบมัน
"อ่า... ปาณัสม์" ผมกระตุกหลั่งรดน้ำเชื้อขุ่นข้นใส่ช่องทางหวาน ผมใช้ฝ่ามือลูบไล้ไปตามหน้าท้องบางและวกกลับมาที่บริเวณอุ้มท้อง
ผมรู้ดี ว่าคืนนั้นผมมีเพศสัมพันธ์แบบไร้การป้องกัน
และผมรู้ดี ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนั้นมันเสี่ยงมากแค่ไหน
ถ้าหากความรักของผมมันขึ้นอยู่กับคู่แท้ ผมคงใช้มันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้
ใช่ไหม ?
"คุณรัชชานนท์"
ผมหันไปมองตามแรงสะกิดจากร่างของคู่แท้ที่ซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม ปาณัสม์ดูเหมือนจะอยากถามอะไรผม แต่ก็ไม่กล้า ผมจึงต้องกดปิดหน้าจอมือถือ หยุดการคุยงานกับนนทัชไว้เพียงแค่นั้น
"ว่าไง"
"คุณโอเคไหม กับเรื่องเมื่อคืน"
ผมนิ่งคิด ชั่งน้ำหนักของหัวใจอย่างเงียบ ๆ มันไม่ใช่ความรู้สึกแย่ แต่มันเป็นความคิดราวกับฝันไปมากกว่า
"โอเคแบบไหนครับ คุณหมายถึงเรื่องบนเตียงลีลาของคุณหรือความรู้สึกของผมหลังจากนั้น" ผมถามออกไปตรง ๆ อย่างหยอกล้อ ใบหน้าของอีกฝ่ายขึ้นสีแดงจัด
"มัน...มันคืออย่างหลัง"
"ผมไม่ได้อะไร" ผมพูดออกไปแบบนั้น เจ้าตัวเล็กหน้าเจื่อนทันที "ผมหมายถึง ผมมีสติ ไม่ได้ทำไปเพราะเมา"
หน้าของอีกคนก็ยิ่งขึ้นสีจัด
ผมแอบขำให้กับความเขินอายนั้น เอาตามตรง ผมแยกไม่ออกแล้วว่าร่างไหนคือร่างที่แท้จริงของปาณัสม์ แบบที่ยั่วยวนหรือทำเป็นเก่งแต่พอเอาเข้าจริงก็เสียอาการ
"คุณไปอาบน้ำได้แล้ว" ผมบอกโอเมก้าที่กลายร่างเป็นดักแด้ขี้เซาขึ้นมา "เนื้อตัวมีแต่คราบ..."
"หยุดพูดนะ!" ปาณัสม์ผุดลุกขึ้นมาชี้หน้าผม ผมส่ายหัวให้กับพฤติกรรมนั้น
"เอาเป็นว่ารีบไปอาบน้ำครับ ผมจะพาคุณไปดูโครงการที่คุณต้องรับผิดชอบ แล้วก็ยาคุมกำเนิด" ผมยื่นถุงยาให้กับเขา "เมื่อคืนผมไม่ได้ป้องกัน คุณเข้าใจใช่ไหมครับว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นแบบไหน"
"ผมเข้าใจ"
"ไม่ใช่ว่าผมตัดโอกาสคุณ..." ผมพูดเมื่อเห็นใบหน้าหวานนั้นซีดลง "แต่ผมไม่ทันระวังในเรื่องป้องกัน ดังนั้น ตอนนี้มันขึ้นอยู่กับคุณ"
"คุณจะบอกว่า... คุณอยากมีลูก ใช่ไหม?"
ผมมองอีกคนนิ่ง
"อือ"
"..."
"แต่ผมคิดคนเดียวไม่ได้"
ผมว่าจบ ก็ลุกหนีหายไปแต่งตัว ไม่อยากอยู่มองหน้าคู่แท้ที่นั่งจมปลักอยู่กับการตกตะกอนความคิดทั้งหลาย ผมไม่อยากคิดเองคนเดียว เพราะเคยคิดแบบนั้นมาก่อนถึงได้เสียใจ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น